(เนื่องจากอาจารย์ให้ฟังบรรยายธรรมมะแล้วให้สรุปเป็นบทความ จึงอยากทำมาแบ่งปันให้เพื่อนๆอ่านด้วย)





โลกาภิวัฒน์พุทธศาสนากับไสยศาสตร์ในอนาคต
                


ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันธรรมะกับไสยศาสตร์ล้วนถูกโยงมาเกี่ยวข้องกันทั้งสิ้น เช่นการบวชนาค การทำบุญบ้านใหม่ การแต่งงาน การขอขมาสิ่งที่เรามองไม่เห็น เช่นการไหว้พระแม่ธรณี ในการทำนาก็ต้องไหว้พระแม่โพสพ ทั้งการสะเดาะเคราะห์ ดูดวง ปัดรังควาญ การบนบานศาลกล่าว รวมไปถึงพิธีแก้ของทางไสยศาสตร์อีกด้วย เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าพุทธศาสนากับไสยศาสตร์เกี่ยวข้องกัน มาตั้งแต่สมัยโบราณอย่างแน่แท้
             

 การสนทนาธรรมครั้งนี้ มีพระวิทยากร จากทีมงานธรรมะเดลิเวอร์รี่ และ อ
.เสือ  เข็มเทวดาเป็นผู้ให้ความรู้กับผู้ที่เข้าฟังในครั้งนี้ประเด็นที่ยกเอามาอภิปรายนั้นคือการสักยันต์  เหตุใดท่านจึงเน้นเรื่องนี้ ข้าพเจ้าก็ไม่แน่ใจนัก  การจะเป็นเพราะว่าวัยรุ่นในปัจจุบันนิยมชมชอบ เห็นดีเห็นงามกับการสักยันต์ ก็เป็นได้  ทำให้เกิดคำถามในใจว่า “สักไปเพื่ออะไร สักทำไม สักแล้วสามารถคุ้มภัยให้เราได้จริงหรือ?" ฟันแทงไม่เข้า ยิงไม่ออกจริงหรือ  หากสักยันต์แล้วยังระรานหาเรื่องชาวบ้านไปทั่ว ยันต์ที่สักจากพระอาจารย์ที่ว่าเก่งกาจนั้นจะช่วยได้อย่างไร   หรือแท้จริงแล้วคือกุศโลบายเพื่อเป็นการยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้คนประพฤติตัวดี ทำแต่สิ่งดีๆ เพราะเกรงกลัวต่อสิ่งที่ตนนับถือกันแน่   อีกประเด็นที่ละทิ้งไม่ได้คือ การทำไสยศาสตร์ ซึ่งยังคงมีความเชื่ออยู่มากในปัจจุบันและบ่อยครั้งที่เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพล่อลวงชาวบ้านให้หลงเชื่อแต่ถ้าจะพูดถึงประเด็นที่ว่าไสยศาสตร์เป็นบาปทั้งหมดหรือไม่  ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ทั้งหมดเพราะอย่างที่ได้ยินมาจะมีการแบ่งฝ่ายเรียกว่า มารขาวและมารดำ คือมารดำจะเป็นผู้ที่ทำของใส่ ทำเสน่ห์หรือการปองร้ายต่างๆ แต่มารขาวจะเป็นผู้แก้สิ่งร้ายๆต่างๆที่มารดำได้ทำไว้ เช่นนั้นแล้วข้าพเจ้าคิดว่าหากไสยศาสตร์สามารถทำได้จริงก็ต้องมีผู้แก้ไขได้ด้วยเช่นกัน อีกทั้งความเชื่อในสมัยก่อนเช่น พิธีการตัดไม้ข่มนาม  เป็นพิธีการทำไสยศาสตร์ ทำเพื่อให้ ศัตรูพ่ายแพ้หรือ เสียชีวิต แต่การทำเช่นนี้ของนักรบสมัยก่อน  ถือว่าเป็นการทำบาป แต่ ต้องทำเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว แบบเช่น เสน่ห์ยาแฝดที่ทำเพื่อบังคับจิตใจ ให้ผู้อื่นมาหลงรัก เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่บาปอย่างแน่นอน

                 อีกทั้งสื่อภาพยนต์ก็ประโคมข่าวด้วยการทำเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการสักยันต์และไสยศาสตร์ไว้มากมาย เช่น คนเล่นของ จอมขมังเวทย์  ลองของ อาถรรพ์แก้บนผี  ฯลฯ ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าก็มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะตอกย้ำความคิดของคนทั่วไปว่า มันอาจจะมีจริงก็ได้นะ? อาจจะมีเค้าโครงบ้างแหล่ะ? จากที่ไม่เคยสนใจก็อาจจะเป็นประเด็นหลักไปเลยก็ได้

               
หากจะถามว่าความเชื่อเหล่านี้มามาตั้งแต่เมื่อไหร่ มีจริงหรือ พระอาจารย์ที่บรรยายได้บอกว่า
ในบันทึกทางพระพุทธศาสนาไม่เคยปรากฏเรื่องการทำ เสน่ห์
  พิธีตัดไม้ข่มนาม  หรือทำคุณไสย เพื่อฆ่ากัน พระอาจารย์ กล่าวแต่เพียงว่า มีแต่การหายตัวและเหาะเหินเดินอากาศเท่านั้น  ซึ่งผู้ที่จะสามารถทำได้ต้องเป็นพระอรหันต์ที่บำเพ็ญเพียรมานานและเคร่งครัดเป็นอย่างมากเท่านั้น ถึงจะสามารถเหาะเหินได้

                 ข้าพเจ้าไม่ทราบแน่ชัดในเรื่องของบาปบุญคุณโทษ ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ ผลที่ตามมาจากบาปจะเป็นอย่างที่เคยถูกสั่งสอนมาหรือไม่  รู้ก็แต่สัจธรรมที่ว่าคนเราตายไปไม่สามารถเอาอะไรติดตัวไปได้เลยแม้แต่ร่างกายก็ต้องเน่าเปื่อยกลายเป็นเถ้าธุลีและอยู่บนโลกนี้ต่อไป  ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ที่ข้าพเจ้านับถือนั้นเมื่อตายไป ถือเป็นความสิ้นสุดไม่มีชาติที่แล้วไม่มีชาติหน้า เมื่อสิ้นสุดในชาตินี้จะต้องไปเข้าเฝ้าต่อพระพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้า และต้องถูกพิพากษาในสิ่งที่เคยประทำมาทั้งหมด หากนนับถือพระเจ้าด้วยจิตใจ ไม่ทำผิดบาปอีกเป็นครั้งที่สองท่านจะได้ไปสวรรค์แต่หากท่านนับถือศาสนาเพียงเปลือกนอกท่านจะต้องตกนรกชั่วกับชั่วกัลป์ แต่ข้าพเจ้าคิดในแง่ของความเป็นมนุษย์ที่ไร้ศาสนาและการครอบงำทั้งปวงว่า สิ่งที่เราทำตอนยังมีชีวิตอยู่ต่างหากที่เป็นตัวชี้วัดคุณค่าและความหมายของชีวิต ตอนที่ยังมีชีวิตนี่แหล่ะที่ท่านจะถูกพิพากษาจากคนร่วมโลก ฉะนั้นไม่ว่าความเชื่อในศาสนาใดๆก็ตามล้วนบอกท่านถึงจุดจบของคนชั่วไว้ทั้งสิ้นเช่นเดียวกับศาสนาพุทธที่กล่าวถึงการสร้างกรรมและการชดใช้กรรม

               พุทธศาสนาและไสยศาสตร์ ยังคงเป็นเรื่องที่พบเห็นอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย แม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆก็ตามถึงการมีอยู่และความเป็นจริงของมันแต่เราไม่ควรยึดติดและงมงายจนมากเกินไปนัก เพราะแท้จริงเราก็รู้ดีว่าถ้าเราเป็นคนดี ผลที่ตามมาย่อมเป็นเรื่องที่ดีงามแน่นอน  และหากทำความชั่วผลของการกระทำก็ย้อนกลับมาหาอย่างแน่แท้ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว  ไม่ว่าพุทธศาสนากับไสยศาสตร์จะมีความเกี่ยวข้องกันมากแค่ไหนก็ตามแต่เพียงเรารู้ตัวมีสติว่า กำลังทำอะไร ทำเพื่ออะไรและเกิดผลอย่างไรตามมา เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ข้าพเจ้าเชื่อเช่นนั้น


ขอบคุณภาพจากเรื่อง ลองของ1

 




 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ก็เป็นความเชื่ออ่านะ
ทั้งๆที่พระพุทธเจ้าสอนให้เชื่ออย่างมีเหตุผลแท้ๆ

ผมว่าพระพุทธองค์สอนเพียงแค่หลักในการดำเนินชีวิต ส่วนเรื่องอื่นๆเหล่าสาวกก็มาเติมแต่งกันเองให้ดูน่าศรัทธา

ปล.ผมจะตกนรกไหมครับเนี้ย

#1 By กัณฐ์ on 2009-09-06 14:16

พี่ไม่เชื่อศาสนาจ๊ะ

เพราะวันนี้มันเสื่อมเกินกว่าจะทำอะไรแล้ว ผู้คนยึดถือแต่กุศโลบายภายนอก จนลืมแก่นข้างใน

สมเพชมนุษย์

ถามว่าศาสนาจำเป็นต่อมนุษย์ไหม ถ้าลองย้อนกลับไป ศาสนามีมาหลังมนุษย์อีก แต่มนุษย์ก้ดำรงเผ่าพันธุ์มาได้ นับถือผี นับถือป่า ก็ยังมีอยู่

แล้วศาสนานี้ ถ้าใครจะนับถืออะไร ก็สิทธิส่วนบุคคล ไม่ใช่การสวดมนต์หน้าบ้าน หรือมาขอบริจาคเงินสร้างโน่นสร้างนี้

จะสร้างทำไม มีหน้าไหนในคำภีร์พระไตรปิฎก อัลกุรอ่าน หรือไบเบิ้ลเหรอ ที่บอกว่าต้องสร้างกุฏิอย่างนั้น อาคารอย่างนี้

มีหน้าไหนเหรอที่บอก...

อ่านจบมาทุกเล่มแล้ว หาไม่เจอว่ะ

ขออภัย... ของขึ้น

ps รางเหล็กในป่าลึก เป็นเรื่องอิงประวัติศาสตร์การสร้างรางรถไฟในป่าเพื่อขนไม้ออกมา ดังนั้นรางรถไฟมีจริง มีสถานีจริง 6 สถานนี ในพื้นที่ป่า ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเมืองไปแล้ว

#2 By โลกมืด on 2009-09-06 14:17

เอ่อ......
เรื่องแบบนี้ก็พูดยากเนอะ sad smile
แต่เอาเป็นว่าพี่เชื่อว่า
สิ่งลี้ลับมีจริง
แต่ไสยศาสตร์นี้ 50-50 อะ

#3 By Koi NoYami on 2009-09-06 15:10

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile Hot! Hot!คำนี้ยังใช้ได้อยู่ Hot!ไม่เชื่อเเต่อย่าลบหลู่ Hot!ป.ล.อย่าลืมดูเเลสุขภาพของตนเองบ้างนะขอรับ cry double wink wink surprised smile embarrassed question question question question question
พี่ยังศรัทธาในศาสนาเสมอ ศรัทธาในคำสอนของพุทธองค์ ส่วนเรื่องไสยศาสตร์นั่นแล้วแต่บุคคลค่ะที่จะเลือกสิ่งนี้มายึดเหนี่ยวจิตใจแทนคำสอนของพระพุทธองค์big smile

#5 By Nart on 2009-09-06 19:30

เป็นความเชื่อของคนไทยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เรื่องไสยศาสตร์บางเรื่องวิทยาศาสตร์ยังหาข้อสรุปไมได้

เราก็ยังเชื่อด้วยความเป็นจริง โลกความจริง แม้บางครั้งจะหลุดไปในจินตนาการของตัวเอง ของความเชื่อที่เข้าหูมาจากสื่อ ทั้งหลายบ้าง ก็ทำให้เรารู้ว่า "นั่นเรายังเป็นพุทธศาสนิกชน" อยู่


ปล.
ไม่เขียนเป็นกลอนอีกล่ะ ชอบ big smile

#6 By of memory on 2009-09-08 15:43

ส่วนตัวพี่ไม่เชื่อและคัดค้านหัวชนฝาเลยนะ กะเรื่องแนวๆ ทำสเน่ห์ คุณสัย สักยันต์ พี่ว่ามันเชยระเบิดระเบ้อเลย (ถ้าสักแล้วขลัวจริง ทำไมโจรหรือนักเลงที่ไปสักยังถูกวิสามัญล่ะ 555)confused smile

#7 By keerati-vocalist on 2009-09-09 03:33

หากมองตามหลักแล้ว...
พุทธศาสตร์กับไสยศาสตร์มันคนละเครื่องกันเลยครับ...
พุทธศาสตร์ช่วยคนให้พ้นทุกข์...
แต่ไสยศาสตร์นั้น.. ทำให้คนเป็นทุกข์หนักกว่าเดิม...
ทั้งคนใช้.. และคนที่โดนของ..
(แถมทุกข์ที่ว่า... มันถึงชีวิตครับ.. ไม่ใช่แค่เจ็บมดกัด)
ส่วนเรื่องพิธีกรรมมันเป็นอะไรที่ได้มาจากศาสนาพราห์มครับ ไม่เดือดร้อนมาก แต่ก็ดูงมงายทีเดียว....

นี่ก็แค่ความเห็นเล็กๆน้อยๆจากผมนะครับ ออกจะมีเรื่องความเชื่อเข้ามาเยอะหน่อย แหะๆ sad smile

#8 By bakedoggydog on 2009-10-12 09:53